Skip to content

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ของผู้ใช้บริการของบริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด

บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “บริษัท”) ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการของบริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในเรื่องการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) ฉบับนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้ท่านในฐานะผู้ใช้บริการของบริษัทได้ทราบรายละเอียดของวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ในประกาศนี้ บริษัทดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ซึ่งหมายความว่า บริษัทเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

คำนิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“บริษัท” หมายความถึง บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด

“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความถึง เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของบริษัท ลูกจ้าง

“ผู้ใช้บริการของบริษัท” ได้แก่

“ลูกหนี้” หมายความถึง ผู้ที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ของบริษัท ซึ่งบริษัทมีสิทธิเรียกร้องในการที่จะให้ชำระหนี้ด้วยเงินสดหรือทรัพย์สินอย่างอื่น

“ผู้ค้ำประกัน” หมายความถึง บุคคลซึ่งค้ำประกันการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ และยอมรับที่จะชำระหนี้แทนลูกหนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้แก่บริษัท

“ผู้ใช้งานเว็บไซต์” หมายความถึง ผู้ที่เข้าใช้งานเว็บไซต์ของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด www.exam-amc.co.th

“ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ” หมายความถึง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทที่นอกเหนือจากผู้ใช้งานเว็บไซต์

บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

1. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้

1.1.1 ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น โดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ เพื่อการติดต่อประสานงานและแจ้งข้อมูลข่าวสารให้แก่ท่าน รวมถึงการบริหารจัดการการกิจกรรมภายในของบริษัท

1.2.2 ความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนการเข้าทำสัญญา เช่นการเข้าทำสัญญาประนอมหนี้

1.2.3 ได้รับความยินยอมที่สมบูรณ์จากท่าน ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมของท่าน

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

ประเภทของข้อมูล

วัตถุประสงค์ในการประมวลผล

ฐานความชอบด้วยกฎหมาย

ชื่อ-สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร อายุ

  • เพื่อระบุและยืนยันตัวตน
  • เพื่อทำสัญญา การติดตามทวงถามหนี้ การเรียกชำระเงิน การวางบิลและการรับชำระเงิน
  • เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนตามสัญญาจ้างงานระหว่างท่านกับบริษัท
  • การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอ ก่อนเข้าทำสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยฎหมาย

ข้อมูลการติดต่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล LINE

  • เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร
  • เพื่อติดต่อประสานงาน อัพเดทข่าวสารของบริษัท
  • เพื่อประโยชน์ในการประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาการให้บริการ
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม หมายเลขบัญชี

  • เพื่อการอนุมัติจ้างบริการ หรือดำเนินการเข้าทำสัญญาและปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทกับท่าน การวางบิล และการชำระเงิน และเพื่อการติดตามทวงถามหนี้
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ประวัติส่วนตัว (Resume) ประวัติการฝึกอบรม ข้อมูลการทดสอบหรือสัมภาษณ์ ประวัติการทำงาน หนังสือรับรองการทำงาน ข้อมูลทางทหาร

  • เพื่อพิจารณา ตรวจสอบคุณสมบัติในการจ้างงาน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

สถานภาพครอบครัว ชื่อ-นามสกุล บุคคล ในครอบครัว บิดา-มารดา พี่ น้อง

  • เพื่อรับสวัสดิการตามสิทธิหรือกฎหมาย ติดต่อกรณีฉุกเฉิน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ประวัติอาชญากรรม

  • เพื่อพิจารณา ตรวจสอบคุณสมบัติในการจ้างงาน
  • ความยินยอม

ข้อมูลสุขภาพ

  • เพื่อประโยชน์ในการจัดการด้านสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของท่าน เช่น การทำประกันสุขภาพ ประกันภัยต่าง ๆ
  • ความยินยอม

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งในข้อ 2. บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังรายการต่อไปนี้

แหล่ง/วิธีการเก็บรวบรวม

รายการข้อมูลส่วนบุคคล

1. ข้อมูลที่เก็บโดยตรงผ่านการกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ www.exam-amc.co.th การกรอกใบสมัครเข้าฝึกอบรม หรือการที่ท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทโดยตรง

ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ รูปถ่าย สัญชาติ ตำแหน่ง สังกัด ที่อยู่ที่ติดต่อได้ เบอร์โทรศัพท์มือถือ อีเมล ไอดีไลน์ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติการฝึกอบรม เลขที่บัญชีธนาคารของบุคคล ข้อมูลผู้ประสานงาน เป็นต้น

2. ข้อมูลที่เก็บโดยการใช้เทคโนโลยีตรวจจับหรือติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ www.exam-amc.co.th ของท่าน

เว็บไซต์คุกกี้ ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลการใช้ Application, Device ID, Browsing history

3. ข้อมูลที่เก็บรวบรวมระหว่างการจัดฝึกอบรม

ข้อมูลผลการทดสอบความรู้ก่อน-หลังการอบรม ภาพถ่าย วีดีโอกิจกรรมการอบรม ผลสำรวจความพึงพอใจต่อการอบรม ผลสำรวจความพึงพอใจต่อวิทยากร เป็นต้น

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องทำการเปิดเผย หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สามในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากท่านหรือมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ด้วยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการ ซึ่งบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

  1. หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล กรมบังคับคดี ตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย
  2. ตัวแทน ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินการใด ๆ เช่น
      • ผู้ให้บริการขนส่ง โรงพิมพ์ บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด บริษัทรับจ้างพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
      • หน่วยงานจัดฝึกอบรม สัมมนา ดูงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลกร
      • ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางกฎหมายและภาษี ทนายความ
      • บริษัทประกันภัย ประกันสุขภาพ และประกันวินาศภัย

5. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ของท่าน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

5.1 สิทธิในการเข้าถึง รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลและกรณีที่การขอเข้าถึงและรับสำเนาของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

5.2 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

5.3 สิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

5.3.1 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน

5.3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

5.3.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งแก่ท่านในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน

5.3.4 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

5.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของบริษัท)

6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพียงเท่าที่ระยะเวลาที่จำเป็นตามสัญญาหรือกฎหมายเท่านั้น หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทดำเนินความสัมพันธ์กับท่านตามสัญญาเกี่ยวกับการจ้างงานหรือการฝึกงาน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามอายุความทางกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบาย และข้อกำหนดภายในบริษัท เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทและสำนักงานมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม

8. การให้บริการโดยบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการช่วง

ในกรณีที่มีความจำเป็น บริษัทอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของบริษัท ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่บริษัทมอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและตามคำสั่งของบริษัทเท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้ บริษัทจะกำกับให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง ในรูปแบบและมาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างบริษัทกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

9. การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่และบุคคลเฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยบริษัทจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่และบุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.exam-amc.co.th โดยมีวันที่ของเวอร์ชั่นล่าสุดกำกับไว้ อย่างไรก็ดี บริษัทขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดหยุดการใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงใช้งานต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว ถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว

11. การติดต่อสอบถาม 

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้ได้ที่

11.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

    • ชื่อ: บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด
    • สถานที่ติดต่อ: เลขที่ 24 ซอยรามอินทรา 20 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
    • ช่องทางการติดต่อ: อีเมล : wasittee@exam.co.th
                                   : Contact Center : 02-159-8866